หุ้น AI พ่นพิษ! ดาวโจนส์ร่วงหนัก ดอลลาร์แข็งกดเงินบาทอ่อนค่าลง
แรงเทขายหุ้น AI และ Semiconductor ฉุดตลาดหุ้นสหรัฐฯ ร่วงหนัก ดันเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น กดดันเงินบาทเปิดตลาดอ่อนค่าที่ 33.46 บาทต่อดอลลาร์
นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ที่ระดับ 33.46 บาทต่อดอลลาร์ “อ่อนค่าลงเล็กน้อย” จากระดับปิดของวันก่อนหน้า ณ ระดับ 33.40 บาทต่อดอลลาร์ โดยนับตั้งแต่ช่วงคืนวันที่ผ่านมา เงินบาท (USDTHB) พลิกกลับมาทยอยอ่อนค่าลงบ้าง ในลักษณะ Sideways Up (แกว่งตัวในกรอบ 33.37-33.48 บาทต่อดอลลาร์) ท่ามกลางภาวะปิดรับความเสี่ยงรุนแรงของตลาดหุ้นสหรัฐฯ ตามแรงเทขายหุ้นธีม AI/Semiconductor
และความไม่แน่นอนของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง หลังยังคงมีรายงานข่าวเรือบรรทุกน้ำมันถูกโจมตี
ส่งผลให้เงินดอลลาร์และราคาน้ำมันดิบทยอยปรับตัวสูงขึ้น พร้อมกับกดดันให้ ราคาทองคำ (XAUUSD) พลิกกลับมาย่อตัวลง แม้บรรยากาศในตลาดการเงินจะอยู่ในภาวะปิดรับความเสี่ยง ทั้งนี้การแข็งค่าขึ้นของเงินดอลลาร์ได้ถูกชะลอลงบ้าง หลังผู้เล่นในตลาดได้ปรับลดโอกาส Fed เดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยลง(โอกาส Fed ขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมเดือนธันวาคมนี้ ลดลง จากระดับ 83% ในช่วงก่อนเผชิญ AI Sell-Off สู่ระดับราว 63% ล่าสุด) จากความกังวลผลกระทบต่อเศรษฐกิจและทิศทางเงินเฟ้อ หากแนวโน้มการลงทุนใน AI สะดุดลง อย่างไรก็ดี บรรดาเจ้าหน้าที่ Fed ยังคงส่งสัญญาณสนับสนุนการเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติม เพื่อคุมปัญหาเงินเฟ้อให้สำเร็จ มองกรอบเงินบาทในช่วง 24 ชั่วโมง ที่ระดับ 33.35-33.65 บาท/ดอลลาร์
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ – บรรยากาศในตลาดหุ้นสหรัฐฯ เผชิญแรงกดดันจากแรงเทขายหุ้นกุล่ม AI/Semiconductor ที่รุนแรงนับตั้งแต่ปี 2020 อาทิ AMD -17.3%, Nvidia -9.3% นอกจากนี้ ความไม่แน่นอนของสถานการณ์ตะวันออกกลาง กอปรกับ การลดความเสี่ยงพอร์ตการลงทุนโดยรวม ได้สร้างแรงขายไปยังหุ้นกลุ่มอื่นๆ เพิ่มเติม ส่งผลให้โดยรวม ดัชนี DowJones ดิ่งลงหนัก -3.4% ส่วน ดัชนี S&P 500 ปิดตลาด -4.4% ขณะที่ดัชนี Nasdaq Composite ดิ่งลงหนักกว่า -6.5%
ตลาดบอนด์ – บอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ทยอยปรับตัวลดลง สู่ระดับ 4.84% ท่ามกลางภาวะปิดรับความเสี่ยงรุนแรงของตลาดหุ้นสหรัฐฯ ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้ ผู้เล่นในตลาดทยอยปรับลดโอกาสการขึ้นดอกเบี้ยของ Fed ทั้งในปี 2026 และ 2027 อย่างไรก็ดี การพลิกกลับมาปรับตัวสูงขึ้นของราคาน้ำมันดิบ ท่ามกลางความไม่แน่นอนของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง และมุมมองของบรรดาเจ้าหน้าที่ Fed ซึ่งคงย้ำจุดยืนพร้อมสนับสนุนการเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยของ Fed ได้ช่วยชะลอการปรับตัวลงของบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ
ทั้งนี้ มองว่า บอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ มีความเสี่ยงที่จะเคลื่อนไหวผันผวนสูงในระยะสั้น โดยความเสี่ยงปรับตัวสูงขึ้น เริ่มมีมากกว่าที่จะปรับตัวลดลงต่อเนื่องชัดเจน ทำให้เราคงคำแนะนำเดิมว่า ผู้เล่นในตลาดสามารถทยอยเข้าซื้อบอนด์ระยะยาวสหรัฐฯ ได้ โดยเน้น Buy on Dip ในช่วงบอนด์ยีลด์ปรับตัวสูงขึ้นเท่านั้น และไม่ไล่ราคาซื้อ หลังบอนด์ยีลด์ปรับตัวลงในช่วงผ่านมาพอควร (Risk-Reward ในการถือครองบอนด์ระยะยาวมีความน่าสนใจลดลงจากช่วงบอนด์ยีลด์ 10 ปี เหนือโซน 5.00% พอควร)
ตลาดค่าเงิน – เงินดอลลาร์เคลื่อนไหวผันผวน โดยเงินดอลลาร์ได้แรงหนุนบ้าง ตามภาวะปิดรับความเสี่ยงรุนแรงของตลาดหุ้นสหรัฐฯ และความไม่แน่นอนของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ทว่า การปรับลดโอกาส Fed ขึ้นดอกเบี้ยของผู้เล่นในตลาด และจังหวะปรับตัวลงของบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ ได้จำกัดการปรับตัวขึ้นของเงินดอลลาร์ อีกทั้ง ผู้เล่นในตลาดต่างรอลุ้น รายงานข้อมูลตลาดแรงงานสหรัฐฯ ในวันศุกร์นี้ ทำให้โดยรวม ดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY) ปรับตัวขึ้นเล็กน้อย สู่โซน 101.6 จุด (ดัชนีเงินดอลลาร์ DXY แกว่งตัวแถวโซน 101.4-101.7 จุด)
ทองคำ – ความไม่แน่นอนของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง กอปรกับ จังหวะปรับตัวขึ้นเงินดอลลาร์และแรงขายทองคำ เพื่อลดความเสี่ยง หลังบรรดาหุ้น AI/Semiconductor เผชิญแรงเทขายรุนแรง ได้สร้างแรงกดดันต่อ ราคาทองคำ (สัญญาทองคำตลาด COMEX ส่งมอบเดือน ธ.ค. 2026) ส่งผลให้ ราคาทองคำยังคงไม่สามารถปรับตัวขึ้นทะลุโซน 4,150 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ก่อนที่จะย่อตัวลงและแกว่งตัวแถวระดับ 4,100 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยราคาทองคำยังพอได้แรงหนุนบ้าง ตามแรงซื้อในช่วงย่อตัวของผู้เล่นในตลาดบางส่วน และจังหวะการปรับตัวลงของบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ
ขณะที่ ฝ่ายธุรกิจตลาดเงินและธุรกรรมระหว่างประเทศ ทีทีบี เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเช้านี้เปิดตลาด 33.45 บาท/ดอลลาร์ ใกล้เคียงกับราคาปิดตลาดเมื่อวานที่ระดับ 33.43 บาท/ดอลลาร์
สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าลงอย่างต่อเนื่องเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ๆ ท่ามกลางความวิตกกังวลว่าสภาคองเกรสภายใต้การนำของเดโมแครตอาจออกมาตรการควบคุมธุรกิจปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่เข้มงวดมากขึ้น ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ขณะที่นักลงทุนจับตาตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ ในวันนี้อย่างใกล้ชิด เพื่อหาสัญญาณบ่งชี้ทิศทางอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด)
ราคาน้ำมันโลกปรับตัวขึ้นท่ามกลางความไม่แน่นอนเกี่ยวกับสงครามอิหร่าน หลังจากพรรครีพับลิกันของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประสบความพ่ายแพ้อย่างหนักในการเลือกตั้งกลางเทอมที่ผ่านมา โดยตลาดกำลังประเมินว่าผลการเลือกตั้งจะส่งผลต่อแนวทางของทรัมป์ในการทำสงครามกับอิหร่านอย่างไร โดยขณะนี้ตลาดให้น้ำหนักกับความเป็นไปได้ที่สงครามจะยุติลงมากขึ้น
ราคาทองปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง แตะระดับสูงสุดในรอบกว่า 2 สัปดาห์ ขานรับชัยชนะของพรรคเดโมแครตในการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐ ซึ่งส่งผลให้ดอลลาร์และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐปรับตัวลง ขณะที่ราคาน้ำมันที่ดิ่งลงช่วยคลายความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อ
ล่าสุด FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 80.9% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% สู่ระดับ 4.00-4.25% ในการประชุมเดือนธ.ค. นอกจากนี้ FedWatch Tool บ่งชี้ว่า เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 1 ครั้งในปี 2570
เมื่อวานนี้ คณะกรรมการนโยบายการเงิน (MPC) ของธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) มีมติ 8-1 ในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% สู่ระดับ 4.00% สอดคล้องกับการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ และนับเป็นครั้งแรกในรอบกว่า 3 ปีหรือนับตั้งแต่เดือนส.ค.2566
สถานะพอร์ตการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิในตลาดพันธบัตรไทย 5,823 ล้านบาท และซื้อสุทธิในตลาดหุ้นไทย 39 ล้านบาท
กรอบค่าเงินวันนี้และกลยุทธ์แนะนำ
- USD/THB 33.30 - 33.55 แนะนำ ซื้อ 33.30 / ขาย 33.55
- EUR/THB 37.30 - 37.80 แนะนำ ซื้อ 37.30 / ขาย 37.80
- JPY/THB 0.2100 - 0.2140 แนะนำ ซื้อ 0.2100 / ขาย 0.2140
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB